ข่าวประชาสัมพันธ์ จากกองสาธารณสุข องค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด
ทุกคนทั่วโลก กำลังตื่นตระหนกกับข่าวการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด เอ เอช 1 เอ็น 1 เป็นเชื้อที่เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์ ซึ่งมีสารพันธุกรรมของเชื้อไข้หวัดใหญ่ในคน สุกร และสัตว์ปีกด้วย ฟังดูน่ากลัวนะครับ ...เชื้อตัวนี้เริ่มพบการระบาดที่ประเทศเม็กซิโก และแพร่ไปกับผู้ที่เดินทางไปในหลายประเทศ มีรายงานพบผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตจำนวนมาก ในประเทศไทยของเราได้รับรายงานว่าพบผู้ที่ติดเชื้อแล้ว ซึ่งเดินทางมาจากสถานที่ ที่มีการระบาดของโรคและพื้นที่ใกล้เคียง
ในระยะแรกองค์การอนามัยโลก (WHO) เรียกโรคนี้ว่าไข้หวัดใหญ่เม็กซิโก และไข้หวัดใหญ่สุกร( Swine Flu ) แต่จากผลการตรวจวิเคราะห์ในระดับพันธุกรรมพบว่าเป็นเชื้อสายพันธุ์ใหม่ และผลการสอบสวนโรคไม่พบผู้ใดติดโรคจากสุกรเลย หากแต่เป็นการแพร่กระจายจากคนสู่คนเท่านั้น ต่อมา WHO
จึงเปลี่ยนชื่ออย่างเป็นทางการเป็น ไข้หวัดใหญ่ชนิด เอ เอช 1 เอ็น 1 (Imfluenza A H1N1 )
เช่นเดียวกับกระทรวงสาธารณสุขของไทยก็ใช้ชื่อคล้ายกับ WHO แต่เพิ่มคำว่า สายพันธุ์ใหม่ 2009 คือ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิด เอ 2009 เอช 1 เอ็น 1 หรือชื่อย่อว่า ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เพื่อให้ประชาชนไม่สับสนกับไข้หวัดใหญ่ชนิด เอ เอช 1 เอ็น 1 ที่เกิดตามฤดูกาลซึ่งเป็นไข้หวัดใหญ่คนละตัวกันครับ.....เชื้อตัวนี้ติดต่อได้จากการถูกละอองฝอยจากการไอจาม น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วยโดยตรง บางรายอาจได้รับเชื้อทางอ้อม ผ่านทางมือหรือสิ่งของเครื่องใช้ที่ปนเปื้อนเชื้อ เช่น ผ้าเช็ดหน้า ลูกบิดประตู โทรศัพท์ แก้วน้ำ เป็นต้น โดยไม่ติดต่อจากการรับประทานเนื้อสุกรเลย
อาการของโรคนี้คือ มีไข้ ท้องเสีย เจ็บคอ ปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดศีรษะ หนาวและไม่มีเรี่ยวแรง ปอดบวม อาจเสียชีวิตได้
สัญญาณเตือนภัยที่ต้องเข้ารับการรักษาอย่างเร่งด่วนที่ต้องสังเกตมีดังนี้
ในเด็ก หากเด็กมีอาการหายใจเร็วหรือหายใจลำบาก ผิวหนังเป็นจ้ำสีน้ำเงิน ดื่นน้ำน้อย ปลุกไม่ตื่น หรือไม่ตอบสนอง งอแงไม่ยอมให้อุ้ม มีไข้เฉียบพลันหรือไอรุนแรง
ในผู้ใหญ่ มีอาการหายใจลำบาก เจ็บแน่นหน้าอกหรือช่องท้อง วิงเวียน หน้ามืด และอาเจียนอย่างรุนแรง หรืออาเจียนเป็นเลือด หากมีอาการดังกล่าวต้องรีบรักษาอย่างเร่งด่วน
การป้องกัน กระทรวงสาธารณสุขแนะนำให้ปฏิบัติดังนี้
1. ชะลอการเดินทางไปยังพื้นที่ที่กำลังเกิดการระบาดจนกว่าสถานการณ์ยุติลง
2. หากจำเป็นต้องเดินทางไปยังพื้นที่ที่เกิดการระบาด ให้หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการไอ และที่แออัด หมั่นล้างมือด้วยน้ำสบู่บ่อย ๆ หรือล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ หรือปฏิบัติตามข้อแนะนำของทางการในพื้นที่อย่างเคร่งครัด
3. ผู้เดินทางกลับจากพื้นที่ที่เกิดการระบาด ถ้ามีอาการของไข้หวัดภายใน 7 วัน หลังเดินทางกลับควรสวมหน้ากากอนามัย หรือใช้กระดาษทิชชู่ปิดปาก จมูก ทุกครั้งที่ไอจาม
4. รักษาสุขภาพให้แข็งแรง โดยการออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และที่สำคัญยึดหลัก กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ
ด้วยความปรารถนาดี..และห่วงใย..จากกองสาธารณสุข อบจ.ร้อยเอ็ด
*********************************

.................................................